เรียนรู้เรื่องเลนส์กล้อง

เลนส์กล้องนั้นสำคัญมาก ในการที่ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกต่างๆของภาพยนตร์ให้ได้ตามอารมณ์ที่ต้องการ ดังนั้นคุณสามารถใช้ความรู้เรื่องเลนส์กล้อง ไปสร้างอารมณ์ให้กับภาพยนตร์เพื่อให้เกิดความสมจริง และถ่ายทอดได้อย่างตรงความต้องการ

จากกระทู้ในเว็บสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
http://www.rpst-digital.org/forum/showthread.php?t=14128
ขอขอบคุณ น้า stamp

เลนส์มันแพงพอๆกับกล้องเลยนะครับ เตรียมใจไว้รึยัง เอาแบบคร่าวๆก่อนนะครับ

เลนส์ทุกตัวจะมีความยาวโฟกัสบอกไว้ครับ
เช่น เลนส์ kit คือ 18-55mm

หมายถึงเลนส์ตัวนี้มีความยาวโฟกัสเริ่มต้นที่ 18mm และซูมได้จนถึง 55mm ครับ
แต่ก็มีบางตัวคือเลนส์ที่มีความยาวโฟกัสคงที่ เช่น 50mm...แบบนี้ซูมไม่ได้ครับ อยากซูมต้องเดินเอาครับ

ความยาวโฟกัสน้อยๆ (ไม่เกิน 28) จะเรียกว่าไวด์ คือกว้าง ถ่ายเห็นทั้งภูเขา
ความยาวโฟกัสกลางๆ (28-70) จะเรียกว่านอร์มอล คือ เท่าๆสายตามนุษย์
เพราะสายตาคนเรามีความยาวโฟกัส 50mm ครับ
ความยาวโฟกัสมากๆ (70 ขึ้นไป) จะเรียกว่าเทเล พูดง่ายๆก็คือ ซูมไกลๆนั่นเองครับ

เลนส์ไม่ได้มีแต่ความยาวโฟกัสบอกครับ

จะมี f บอกด้วย...มันคือรูรับแสงกว้างสุดของเลนส์ครับ

f มาก รูแคบ
f น้อย รูกว้าง

เลนส์ที่มี f น้อยๆ (รูกว้าง) ราคาจะแพงครับ เพราะชิ้นเลนส์จะใหญ่ขึ้น และเปิดให้แสงเข้าได้มาก
เวลามองจากช่องมองภาพ จะเห็นภาพชัดและสว่าง และจะทำให้กล้องโฟกัสได้ดีขึ้นครับ

เลนส์จะมีค่า f อยู่ 2 แบบครับ คือ
- f กว้างสุดคงที่ตลอดช่วงซูม
- f กว้างสุดเปลี่ยนไปตามช่วงซูม

ซึ่งเลนส์ดีๆ มักจะมี f กว้างสุดคงที่ตลอดช่วงซูมครับ
เพราะว่าทำให้ค่าแสงไม่เปลี่ยนเมื่อทำการซูมเพื่อจัดองค์ประกอบภาพ เช่น 70-200 f/2.8

ส่วนเลนส์ที่มี f กว้างสุดเปลี่ยนไปตลอดช่วงซูม จะเป็นเลนส์ที่ยิ่งซูม รูยิ่งแคบลงครับ
เช่น 18-200 f/3.5-6.3 คือ เริ่มที่ 18mm จะให้ f กว้างสุดที่ f/3.5 และเมื่อซูมไปเรื่อยๆ ค่า f ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
จนถึงที่ 200mm จะให้ f กว้างสุดที่ f/6.3 ครับ...ข้อเสียคือ ภาพที่เห็นในช่องมองภาพจะมืดลงเรื่อยๆเมื่อซูม
และ shutter speed จะลดลง และมีโอกาสที่ภาพจะเบลอจะมากขึ้นครับ

ค่า f number นี้ เราสามารถปรับลดลงได้นะครับ
บางคนอาจคิดว่า ถ้าชั้นซื้อเลนส์ f/2.8 คงที่ตลอดช่วงซูมมา
แล้วอยากจะใช้ f/8 หรือ f/22 จะทำยังไง...อันนี้ปรับได้นะครับ

เลนส์ของ Canon (รวมถึงเลนส์ของยี่ห้ออิสระทั้งหลาย) ในปัจจุบันจะทำออกมาสำหรับกล้องดิจิตอลที่มีตัวคูณ
(ทุกรุ่นที่ไม่ใช่ 5D กับ 1Ds)...สาเหตุเนื่องมาจากกล้องพวกนี้จะมีเซนเซอร์รับภาพที่มีขนาดเล็กกว่าฟิล์มครับ
ดังนั้น เขาจึงทำเลนส์ออกมาให้ได้ภาพตกที่เซนเซอร์แบบพอดีๆครับ (ดูภาพประกอบ)



อธิบายภาพ...
ถ้าเป็นเลนส์สำหรับกล้องฟิล์ม ต้องออกแบบให้ได้ภาพ คลุมทั้งกรอบสีฟ้า
แต่ถ้าเป็นเลนส์สำหรับกล้องดิจิตอลตัวคูณ ออกแบบให้ได้ภาพ คลุมแค่กรอบสีแดงก็พอ (เล็กลง)

ข้อดีสำหรับเลนส์สำหรับกล้องดิจิตอลคือ...ถูก และ ขนาดเล็กลงครับ

อย่างไรก็ตาม
เราก็ยังเอาเลนส์สำหรับกล้องฟิล์มมาใช้กับกล้องดิจิตอลตัวคูณได้อยู่นะครับ
แต่จะเอาเลนส์สำหรับกล้องดิจิตอลมาใส่กับกล้องฟิล์ม หรือ กล้องฟูลเฟรมไม่ได้ครับ
(กล้องฟูลเฟรม คือ กล้องที่มีเซนเซอร์ใหญ่เท่าฟิล์ม คือ 5D กับ 1Ds)

(สาเหตุที่เอาเลนส์สำหรับกล้องดิจิติลมาใส่กล้องฟิล์มไม่ได้ก็เพราะ มันจะมีภาพแค่ในบริเวณกรอบสีแดงน่ะครับ
...บริเวณขอบภาพจะดำหมดเลย...เรียกว่าติดขอบดำครับ...
นอกจากนั้น ถ้าเป็นเลนส์สำหรับกล้องดิจิตอลของ Canon (รหัส EF-S)
ตูดเลนส์จะยื่นเข้าไปในบอดี้มากกว่าปกติ...ซึ่งตูดเลนส์ที่ยื่นออกไปนี้จะไปขวางกระจกสะท้อนภาพไว้
ทำให้กระจกสะท้อนภาพยกขึ้นไม่ได้และถ่ายภาพไม่ได้ครับ)

ซึ่งเลนส์ทุกตัว ถ้าเอามาเสียบกับกล้องดิจิตอลตัวคูณ (ของ Canon)
ความยาวโฟกัสจะถูกคูณด้วย 1.6 ทุกตัวครับ
(บางคนสับสนว่าเลนส์สำหรับดิจิตอลไม่ต้องคูณ...จริงๆต้องคูณทุกตัวนะครับ)

ที่ต้องคูณเพราะ ขนาดเซนเซอร์มันเล็กลง ภาพที่ได้จึงเสมือนว่าถูกซูมเข้าไปอีกนิดนึงครับ
เช่น จาก 50 กลายเป็น 80 เป็นต้น (ดูภาพประกอบ)



ทั้งนี้ทั้งนั้น มันไม่ใช่การซูมจริงๆนะครับ มันเป็นแค่การ crop ภาพตรงกลางมาเท่านั้นเอง

ถ้าเป็นเลนส์ Canon จะมีรหัสนำหน้า 2 แบบคือ
EF...ใช้ได้กับฟิล์มและดิจิตอลรวมทั้งฟูลเฟรม
EF-S...ใช้ได้กับกล้องตัวคูณเท่านั้น

ถ้าเป็นเลนส์ Sigma จะเขียนรหัสต่อท้ายเลนส์ไว้คือ
DG...ใช้ได้กับฟิล์มและดิจิตอลรวมทั้งฟูลเฟรม
DC...ใช้ได้กับกล้องตัวคูณเท่านั้น

ถ้าเป็นเลนส์ Tamron จะเขียนรหัสต่อท้ายเลนส์ไว้เหมือนกันครับ คือ
DI...ใช้ได้กับฟิล์มและดิจิตอลรวมทั้งฟูลเฟรม
DI II...ใช้ได้กับกล้องตัวคูณเท่านั้น

...

วิธีเลือกเลนส์

ถ่ายวิว ใช้เลนส์ไวด์ครับ

- EF-S 18-55 f/3.5-5.6...ฟรีครับติดมากับกล้อง
- EF-S 18-55 f/3.5-5.6 IS...เป็นเลนส์คิทตัวใหม่จาก Canon ครับ ติดกันสั่นมาให้
และมีคุณภาพ Optic ดีกว่าเดิมพอสมควร ราคาน่ารักที่ 4000-5000 กว่าๆครับ
- EF-S 10-22 f/3.5-4.5...2 หมื่นนิดๆ กว้างที่สุดสำหรับกล้องตัวคูณครับ
- EF 17-40 f/4L...2 หมื่นกลางๆ มีรูรับรับแสงคงที่ คมมาก สีสวย และโฟกัสเร็วครับ
(L ที่ต่อท้ายชื่อเลนส์ หมายถึง เลนส์นี้เป็นเลนส์ระดับโปรของ Canon ครับ
คุณภาพทาง optic และโครงสร้างจะดีกว่าเลนส์ทั่วไป)
- Sigma 10-20 f/4-5.6 DC...เลนส์ค่ายอิสระ หมื่นปลายๆ กว้างสะใจเช่นกัน
เขาบอกกันมาว่าคมและสีพอๆกับ EF-S 10-22...แต่สังเกตให้ดีๆ เลนส์ Sigma ตัวนี้จะมี f แคบกว่า Canon นะครับ

กรณีที่ซื้อ 400D (หรือ 350D หรือ 30D ก็เหอะ)...เนื่องด้วยขนาดของเซนเซอร์รับภาพที่เล็กกว่าฟิล์ม
จึงทำให้เวลาที่เราใช้เลนส์ จะต้องคูณความยาวโฟกัสด้วย 1.6 เสมอจึงจะออกมาเป็นความยาวโฟกัสที่เราเห็นจริงๆครับ
เรียกว่า field of view<<<อธิบายเพิ่มข้างบนแล้วนะครับ

ดังนั้นเวลาผมบอกความยาวโฟกัสไป ก็กดเครื่องคิดเลขเอาเองนะครับ
ว่าจริงๆแล้วเมื่อคิด fov x1.6 แล้วจะได้ความยาวโฟกัสเท่าไร

ถ่ายทั่วไป ใช้เลนส์นอร์มอลครับ

- EF-S 18-55 f/3.5-5.6...ก็เป็นนอร์มอลเหมือนกัน
- EF-S 18-55 f/3.5-5.6 IS...เหมือนตัวบน แต่ติดกันสั่นมาให้ ทำให้ถือเดินเล่นได้สบายขึ้นในที่แสงน้อยๆครับ***
- EF 17-40 f/4L...ก็ใช้ถ่ายทั่วไปได้ สำหรับคนไม่ต้องการซูมมากๆ แต่อยากได้คมๆ สีสวยๆ
- Tamron 17-50 f/2.8 DI II...หมื่นนิดๆ รูรับแสงคงที่ ตัวนี้คมมากครับ ติดว่าโฟกัสช้านิดนึง
และสีค่อนข้างอมเหลือง (อมส้ม)
- Tamron 28-75 f/2.8 DI...หมื่นนิดๆ เหมือนกันกับข้างบน ผลิตมาเพื่อใช้กับกล้องฟิล์มครับ
(แต่ดิจิตอลก็ใช้ได้ โปรดสังเกตว่า 17-50 คูณ 1.6 จะได้ประมาณ 28-80 คือช่วงเดียวกัน)
- EF 50 f/1.8...ไม่เกิน 4 พัน เป็นเลนส์ที่ทุกคนที่เล่น SLR เคยใช้ครับ และส่วนใหญ่จะมีเป็นของตัวเอง
ด้วยราคาที่ถูกแต่คุณภาพเหลือล้น เพราะเป็นเลนส์ฟิกซ์ (ความยาวโฟกัสคงที่) ทำให้ภาพคม (มาก)
และให้ f สูงสุดถึง 1.8 ทำให้สามารถนำไปถ่ายในที่แสงน้อยๆได้ดี
- EF-S 17-85 f/4-5.6 IS...หมื่นปลายๆ ซูมได้เยอะ โฟกัสเร็ว และมีระบบ IS คือ กันสั่น
ช่วยให้ถือกล้องถ่ายด้วยมือเปล่าได้ที่ความเร็วชัตเตอร์น้อยกว่าปกติครับ เอาไว้ถ่ายตอนแสงน้อยๆ
- Sigma 18-200 f/3.5-6.3 DC OS...หมื่นปลายๆ เลนส์ครอบจักรวาลจาก Sigma ที่มาพร้อมกันสั่น
(OS ก็คือ IS นั่นล่ะครับ แต่เป็นของ Sigma) สำหรับคนขี้เกียจเปลี่ยนเลนส์ครับ

(เพิ่มนิดนึงครับ...คนที่เพิ่งเปลี่ยนจากเล่น compact มาเป็น SLR มักจะอยากได้เลนส์ประเภทนี้
คือ ซูมทั้งใกล้และไกลในตัวเดียวกัน แต่ผมไม่แนะนำครับ เพราะ
- คุณภาพไม่ดี...ไวด์ภาพป่อง นอร์มอลภาพไม่คม เทเลภาพซอฟต์
- ซูมไกล แต่รูรับแสงแคบ ทำให้สปีดตก...ภาพเบลอ ถึงแม้จะมีกันสั่นก็ช่วยไม่ค่อยไหวครับ
- แพง...สามารถซื้อเลนส์แยกช่วงคุณภาพดีๆ ได้เกือบ 2 ตัวแน่ะ

สรุปว่าได้แต่สะดวกครับ ซึ่งไหนๆเราก็ซื้อกล้องที่มันเปลี่ยนเลนส์ได้แล้วก็น่าจะซื้อเลนส์มาเปลี่ยนบ้างนะครับ)

ถ่ายไกลๆ ใช้เลนส์เทเลครับ

- EF 75-300 f/4-5.6...6-7 พัน โฟกัสเร็วดี
- Sigma 70-300 f/4-5.6 DG macro...6-7 พันเช่นกัน เห็นเขาว่าดีกัน แต่ผมไม่เคยใช้ครับ
macro ไ้ด้หน่อยๆ โฟกัสช้ากว่าตัวแรกครับ
- EF 70-200 f/4L...2 หมื่นกว่าๆ เลนส์โปรยอดนิยมครับ ถูกสุดแล้วในบรรดาเลนส์ L
ภาพคม สีสวย โฟกัสเร็ว และที่เจ๋งคือ ซูมไม่ยื่นครับ
- EF 70-300 f/4-5.6 IS...สองหมื่นนิดๆ คุณภาพสูสีกับ 70-200 f/4L ครับ คม สีสวย
แพ้ที่เรื่องโครงสร้างและระบบโฟกัสนิดหน่อย แต่ก็ดีกว่าตัว 75-300 กับ Sigma 70-300 อยู่มากทีเดียว
แถมมีกันสั่นอีกด้วยครับ
- EF-S 55-250 f/4-5.6 IS...เก้าพัน เลนส์ดีคุ้มราคา คมใช้ได้ ที่สำคัญ มีกันสั่นครับ
สำหรับคนงบน้อยแต่อยากได้กันสั่น

ถ่ายคน ใช้เลนส์ที่ f น้อยๆ หรือเลนส์เทเลครับ (ประมาณ 85-135)
เพราะจะทำให้หลังเบลอสวย ช่วยขับตัวแบบให้เด่นขึ้นมาครับ

- EF 50 f/1.8...แม้ความยาวโฟกัสจะไม่ค่อยใช่...แต่ f น้อย หลังเบลอกระจายครับ ที่สำคัญคือถูกจัง
- Sigma 70-300 f/4-5.6 DG macro...เลนส์เทเลยิ่งซูมมากยิ่งเบลอครับ
- EF 70-200 f/4L...เลนส์เทเล แค่ f4 ก็ถือว่าน้อยแล้วครับ อีกทั้งตัวนี้เป็นเลนส์ L
ภาพที่ได้จะมีสีสวยเป็นพิเศษครับ โดยเฉพาะ skin tone จะดูนุ่มๆ เนียนตาครับ
- EF 85 f/1.8...หมื่นกว่าๆ ชื่อเล่นคือ Portrait Len ครับ เอาไว้ถ่ายคนโดยเฉพาะเลย
เพราะ f น้อย และยังเทเลด้วย ถ่ายแล้วสีสวย ผิวเนียน ข้อเสียนิดนึงคือมันเป็นเลนส์เทเลแบบความยาวโฟกัสคงที่
แถมคูณ 1.6 เข้าไปก็กลายเป็น 136 เวลาถ่ายซักทีต้องเดินหามุมกันเมื่อยล่ะครับ
***แต่ถ้าชินแล้วจะชอบครับ คม สวย เบา

ถ่าย macro ใช้เลนส์ macro

- EF 100 f/2.8 macro...หมื่นปลายๆ เป็นเลนส์ macro แท้ๆครับ ให้อัตราขยาย 1 เท่า
ขณะที่เลนส์เท่าไปให้ได้แค่ประมาณ 0.28 เท่าครับ คมมาก สีสวย
(มีคนเคยพูดไว้ว่าเลนส์ตัวนี้ให้คุณภาพพอๆกับเลนส์ Carl Zeiss จากเยอรมันเลยทีเดียว
- Tamron 90 f/2.8 DI macro...หมื่นนิดๆ สำหรับคนรักมาโครแต่งบไม่ถึง Canon ครับ คมใช้ได้
แต่โฟกัสแล้วกระบอกยื่นครับ (ยื่นมากซะด้วย) แต่ก็นะครับ มันถูกกว่ากันเกือบหมื่น
- Sigma 70-300 f/4-5.6 DG macro...มาโครเทียม ขยาย 0.5 เท่าครับ

ถ้าจะให้แนะนำ

ถ่ายวิว...EF-S 10-22 หรือ Sigma 10-20
ถ่ายทั่วไป...EF-S 17-85 IS หรือ Tamron 17-50 f/2.8
ถ่ายไกล...งบมาก EF 70-200 f/4L งบน้อย Sigma 70-300 macro
ถ่ายคน...งบมาก EF 70-200 f/4L งบน้อย EF 50 f/1.8 หรือชอบจริงๆก็ EF 85 f/1.8
ถ่าย macro...เด่นอยู่ตัวเดียว EF 100 f2.8 macro

แต่

ที่แนะนำจริงๆคือ ให้ใช้เลนส์ kit ถ่ายไปซักเดือนสองเดือนก่อนครับ แล้วค่อยซื้อเลนส์เพิ่ม
แล้วเราจะรู้เองว่าเราชอบถ่ายอะไร จะได้เลือกง่ายขึ้น และไม่เปลืองตังจนเกินเหตุครับ

เช่นนอร์มอล ใช้แค่ 50 f1.8 ก็ได้ครับ ลำบากนิดหน่อยที่ซูมไม่ได้ แต่ภาพออกมาสวย คม ถ่ายคนหลังเบลอครับ

ไวด์ก็ใช้ kit ถ่ายเอาก่อนก็ได้ กว้างกว่ากล้อง compact เยอะอยู่ครับ

เทเล ควรจะมี แต่ก็ไม่ต้องรีบก็ได้ครับ คนเราไม่ได้ต้องการซูมอะไรขนาดนั้นตลอดเวลาหรอกครับ
(70-300 ถ้าคิดแบบกล้อง compact ก็จะประมาณ 12x อ่ะครับ เยอะอยู่นะ)

และ macro นี่ ถ้าไม่ใจรัก ก็ควรเอาไว้หลังสุดเลยครับ เพราะแพง

สุดท้าย...กล้องเป็นแค่อุปกรณ์ครับ ถ้าถ่ายไม่เป็น ต่อให้ใช้เลนส์แพงแค่ไหนภาพก็ไม่สวยหรอกครับ...
แต่ถ้าถ่ายเป็น แค่ kit กับ 50 f1.8 ก็ท่องโลกได้ครับ

ความคิดเห็น

  1. ไม่ระบุชื่อ7 สิงหาคม 2557 21:13

    ขออนุญาติฝากไฟล์หน่อยค่ะ
    ด่วนๆๆๆ พบกับ คาสิโนออนไลน์ ชั้นนำเล่นผ่านมือ สนใจเข้าแวะชม ได้ที่นี่
    https://www.111player.com

    ตอบกลับลบ

โพสต์ความคิดเห็น

ความคิดเห็น